ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝาง-เชียงใหม่

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝาง

นายแพทย์วิชญ์ สิริโรจน์พร

ที่อยู่โรงพยาบาลฝาง : เลขที่ 30 หมู่ 4 ถนนโชตนา
ตำบลเวียง อำเภอฝาง จ.เชียงใหม่ 50110 โทร. 053-451444
PCT   RMT  
ประธาน พญ.จันทนา จงพิพันธ์ ประธานที่ปรึกษา นพ.ชูพงศ์ แสงสว่าง
เลขานุการ นางกนกกร ไลไส่ เลขานุการ นางพรพิศน์ วุฒิศักด์สิ กุล
  นางสาวิตรี ศรีวิชัย    
ENV   MSO  
ประธาน นายสวัสดิ์ บุญเรือง ประธาน นพ.วิชญ์ สิริโรจน์พร
เลขานุการ นางวิลาวัลย์ ตั้งสัตยาธิฐาน เลขานุการ พญ.จันทนา จงพิพันธ์
HRD   NUR  
ประธาน นพ.วิชญ์ สิริโรจน์พร ประธาน นางเอมอร เรือนชัย
เลขานุการ นางสาวเสงี่ยม ทรงวัย เลขานุการ นางปราณี ชะฎิล
IC   IFM  
ประธาน นพ.ชูพงศ์ แสงสว่าง ประธาน นพ.กุลบุตร แก้วศิริ
เลขานุการ นางสาวสุมิตรา ปัญญาทิพย์ เลขานุการ นางอุสณีย์ อุดมโชคมหาศาล
แผนภูมิแสดงการบริหารงานในโรงพยาบาลแยกตามหน่วยงาน
โครงสร้างเครือข่ายพัฒนาคุณภาพสายเหนือ
ประวัติโรงพยาบาลฝาง

ประวัติโรงพยาบาลฝาง-1    
ก่อนปี 2497 ประชากรอำเภอฝางขณะนั้นเกือบสองแสนคน (รวมอำเภอแม่อายและไชยปราการ) ได้รับการรักษาพยาบาลยามเจ็บไข้จากสุขศาลาเล็ก ๆ ชื่อ “สุขศาลาชัยนาทนเรนทร” ประชากรเขตชายแดนส่วนใหญ่เป็นชาวเขา ซึ่งประกอบด้วยเผ่ามูเซอร์ เย้า ลีซอ อีก้อ กระเหรี่ยง จีนฮ่อ และไทยใหญ่ สุขศาลานี้ตั้งอยู่ที่หน้าที่ว่าการอำเภอฝาง หรือตั้งอยู่ที่ตึกรังสิตหรือตึกมาลาเรียในบริเวณของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอฝางในปัจจุบัน ต่อมาประชากรอำเภอฝางเพิ่มมากขึ้น สังคมในเมืองขยายใหญ่ขึ้น การคมนาคมจากอำเภอฝางถึงตัวเมืองเชียงใหม่ ยังลำบาก หนทางคดเคี้ยวไกลถึง 153 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์นานเกือบ 4 ชั่วโมงเป็นอุปสรรคต่อผู้ป่วย และการส่งต่อผู้ป่วยด้วยเหตุผลทางการแพทย์ไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า ฉะนั้นความต้องการและความจำเป็นในด้านการรักษาพยาบาลของประชาชนอำเภอฝางจึงสูงขึ้น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงได้จัดตั้งสถานีอนามัยชั้น 1 ขนาด 10 เตียงขึ้นในอำเภอฝาง โดยจัดตั้งในบริเวณสุขศาลานั่นเอง ได้สร้างที่ทำการและบ้านพัก 3 หลัง กิจการทางด้านการรักษาพยาบาลของชาวอำเภอฝางก็เริ่มเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าขึ้น

ปี 2509 สโมสรโรตารี่ธนบุรี ได้จัดหาที่ดินผืนใหญ่เพื่อสร้างเป็นโรงพยาบาล โดยการประสานงานของนายอำเภอฝาง นายแพทย์หัวหน้าสถานีอนามัยชั้น 1 และคณะพ่อค้าจีนเมืองฝาง จึงได้ที่ดินบริจาคจำนวน 19 ไร่ จากสโมสรโรตารี่ธนบุรีและคุณกมลวัน นิมมลรัตน์ เจ้าของที่ดินร่วมกัน เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2509 คือที่ตั้งของโรงพยาบาลฝางในปัจจุบัน หลังจากนั้นกระทรวงฯได้จัดงบประมาณสร้างอาคารผู้ป่วยในให้ 01 หลังคือ ตึก 2

ปี 2510 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสร้างอาคารผู้ป่วยนอกเป็นตึก 2 ชั้นคือ ตึก 1 หรือตึกส่งเสริมสุขภาพที่ถูกรื้อถอนไปแล้ว และตั้งเป็นสถานีอนามัยชั้น 1 พิเศษฝาง และเริ่มสร้างบ้านพัก 12 หลัง

ปี 2514 วันที่ 24 กันยายน 2514 น.พ.ชาติ ธีรธรรม นายแพทย์หัวหน้าสถานีขณะนั้น ได้ถือฤกษ์ดีวันมหิดลหรือวันแห่งการแพทย์ไทย ได้ย้ายที่ทำการจากสถานีอนามัยชั้น 1 พิเศษฝาง มายังโรงพยาบาลฝาง ที่สร้างใหม่เกือบแล้วเสร็จ แต่มีน้ำไฟพร้อมที่จะใช้ได้ ทำความสะดวกสบายแก่ผู้มารับบริการ กระทรวงฯ ได้เปลี่ยนชื่อจาก สถานีอนามัยชั้น 1 พิเศษฝางเป็นศูนย์การแพทย์และอนามัยชนบทฝาง ขนาด 30 เตียง

ปี 2515 กระทรวงฯ ได้จัดสร้างอาคารผู้ป่วยใน (ตึกผู้ป่วยรวม) 1 หลัง

ปี 2516 กระทรวง ได้จัดสร้างอาคารผู้ป่วยในอีก 1 หลังคือตึกสูตินรีเวช ขณะนื้ ได้แยกผู้ป่วยคลอดมาอาคารไว้รับผู้ป่วยปลอดได้ 30 เตียง และเปลี่ยนชื่อจาก ศูนย์การแพทย์และอนามัยชนบทฝางเป็นศูนย์การแพทย์และอนามัยฝาง

ปี 2526 ได้รับการยกระดับจากโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง เป็น 60 เตียง และเปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาลอำเภอฝาง มีผู้ป่วยมารับบริการมากขึ้น บางวันผู้ป่วยในมีมากกว่า 90 เตียง (เสริมเตียง) ทั้งนี้เพราะผู้ป่วยรู้จักและใช้บริการโรงพยาบาลฝางกมากขึ้น แทนการใช้บริการจากตัวเมืองเชียงใหม่ จึงมีการพัฒนาการบริการและเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ แม้ว่าการให้บริการจะหนักเนื่องจากมีผู้รับบริการเกินอัตรา บุคลากรมีไม่เพียงพอ โรงพยาบาลฝางไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้จัดทำแผนเสนอไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอยกระดับเป็นโรงพยาบาล 90 เตียง แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ฉะนั้น โรงพยาบาลจึงอยู่ในลักษณะมีผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลและเพิ่มเตียงเสริมอยู่ตลอดเวลา ต่อมากระทรวงฯ ได้เปลี่ยนชื่อจากโรงพยาบาลอำเภอ เป็นโรงพยาบาลชุมชน และในปีนี้กระทรวงฯ ได้จัดสร้างอาคารผู้ป่วยนอก เป็นตึกชั้นเดียว 1 หลัง ประกอบด้วย ห้องตรวจโรค ห้องบัตร ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน ห้องชันสูตร ห้องเอ๊กซเรย์ ห้องยา ห้องผ่าตัด และห้องฟัน ทำให้การบริการสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และไม่แออัด

ปี 2528 กระทรวงฯ ให้โรงพยาบาลและสถานีอนามัยในอำเภอฝาง จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ ฝ่ายการพยาบาลได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ จึงได้จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุของโรงพยาบาลฝางขึ้น เมื่อวันมหิดลที่ 24 กันยายน 2528 เจ้าหน้าที่ทุกระดับมีความเข้าใจนโยบายในการดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุมีความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม สามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ เจ้าหน้าที่ทุกระดับจึงให้การสนับสนุนมีการช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่อย่างอบอุ่นและต่อเนื่อง  จึงทำให้ชมรมผู้สูงอายุตั้งอยู่ได้อย่างเป็นปึกแผ่น และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงพยาบาลอย่างมากมาย ดังนี้
  • เรื่องศาสนพิธีในงานที่โรงพยาบาลได้จัดขึ้น
  • ร่วมกิจกรรมในงาน โครงการต่าง ๆ ของโรงพยาบาล
  • อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีทางภาคเหนือ
  • ก่อสร้างอาคารถาวรในการทำกิจกรรมของผู้สูงอายุ
  • สร้างห้องสุขาสำหรับผู้สูงอายุ 10 ห้อง
  • จัดตั้งแผนกการนวดแผนไทย
  • ได้จัดหารถพยาบาลยี่ห้อโตโยต้าพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตในรถราคา 460,000 บาท (สี่แสนหกหมื่นบาทถ้วน) ส่งมอบให้โรงพยาบาลฝางเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2536
  • ประธานชมรมที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกทั้งหมด ตั้งแต่ก่อตั้งชมรมถึงปัจจุบัน ดังนี้

1. พ.ศ. 2528 – 2531 ประธานคนแรกคือ นายวัลลภ  ชัยแก่น

2. พ.ศ. 2532 – 2533 ประธานคนที่ 2 คือ นายดวงต๋า  ศรีใจ

3. พ.ศ. 2534 – ปัจจุบัน ประธานคนที่ 3 คือ นายวิชัย  นาคเสน

ปี 2535 – 2539 โรงพยาบาลได้พัฒนาทุกด้าน เพื่อให้ผลงานด้านบริหาร บริการ วิชาการ ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ งานที่สำคัญและจำเป็นในด้านการพัฒนาคือการประสานงานกับหน่วยงานอื่น เพื่อช่วยให้มีการบริการด้วยกลไกและเทคโนโลยีที่ทันสมัยแก่ผู้รับบริการ ในระหว่างปีมีการรณรงค์และค้นหาโรคบางอย่างค่อนข้างน้อย เช่น ค้นหาและรักษาวัณโรคปอดด้วยการเอ๊กซเรย์ การค้นหาและรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีโดยใช้เครื่องมือพิเศษ การค้นหาและให้การผ่าตัดตกแต่งผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ การผ่าตัดคอพอก และการตรวจรักษาโรคหู การผ่าตัดเย็บเยื่อแก้วหู การให้เครื่องช่วยฟังแก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถซื้อหาได้เอง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องการให้บริการตรวจ รักษา และให้อุปกรณ์ฟรี ยิ่งไปกว่านั้นผู้รับบริการยังได้รับการตรวจอย่างละเอียดจากแพทย์เฉพาะทางด้วย จากการประสานงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้แพทย์เฉพาะทางได้สัมผัสและได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฝางที่ได้ช่วยกันให้บริการแก่ผู้มารับการตรวจรักษามากเกินคาดให้ลุล่วงด้วยดีและรวดเร็ว ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงว่า ในชนบทที่ห่างไกลจากโรงพยาบาลใหญ่ ยังมีผู้ป่วยที่ยากจนที่ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ รอการตรวจรักษาเฉพาะทางอยู่เป็นอันมาก จากการประสานงานของนายแพทย์สมาจาร วิจารณ์ปรีชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝาง และการร่วมมือช่วยเหลืออย่างพร้อมเพรียงของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ตลอดถึงผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ ทำให้นายแพทย์ณรงค์ นิ่มสกุล ตัวแทนสมาคมบำเพ็ญประโยชน์ไทย-ญี่ปุ่น ได้ประสานงานกับรัฐบาลญี่ปุ่น โดยมหาวิทยาลัยไดโกมอบเครื่องมือที่สื่อสารดาวเทียมทางการแพทย์และเดินทางมาติดตั้ง ณ โรงพยาบาลฝาง พร้อมอุปกรณ์ครบชุด เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2535 ดาวเทียมทางการแพทย์นี้เป็นประโยชน์และใช้ในการประสานงานเครือข่ายได้ ดังนี้
โรงพยาบาลสามารถปรึกษาทางการแพทย์เมื่อจำเป็น ติดต่อกับเครือข่ายในประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ สงขลา สุรินทร์ และกรุงเทพฯ

ในปี 2536 ได้รับบริจาคเงินสร้างอาคาร 3 ชั้น ในวงเงิน 35 ล้านบาท ผู้บริจาคคือ คุณฤทธิดำรง ดิสกุล สร้างและอุทิศให้ พระวรวงค์เธอพระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง โดยการประสานงานของ มรว.พิชิตวงค์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา การก่อสร้าง ได้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2536 โดยมีสมาชิกชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลฝางได้มาช่วยในเรื่องศาสนพิธีและต้อนรับคณะผู้บริจาคด้วย บริษัทที่รับเหมาก่อสร้างคือ บริษัทวีคอนสตรัคชั่น จำกัด และบริษัทฒิลาวัสดุก่อสร้าง อยู่ในระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนข้าพเจ้าเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2536 กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับโรงพยาบาลฝาง จากโรงพยาบาลชุมชน 60 เตียง เป็นโรงพยาบาลชุมชน 90 เตียง ทำให้ข้าราชการในโรงพยาบาลฝางได้มีโอกาสเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามระเบียบวาระ หรือแต่ละตำแหน่งมีเพดานสูงขึ้น